• Registration
PDF พิมพ์ อีเมล
ระเบียบการบริหาร
 
 
หมวด 1  ชื่อและที่ตั้ง
 
 ข้อ 1  มูลนิธินี้มีชื่อว่า “ศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้า” ชื่อย่อว่า “ศศด.” เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “Satthachon Foundation For Education And Orphans” ใช้ชื่อว่า “SAF”  และเรียกเป็นภาษอาหารับว่า  “มุอัซซะซะฮ์ ซัตตาชูน ลิตะอลีม วะตักฟีลิลอัยตาม”
 
 ข้อ 2  สำนักงานตั้งอยู่เลขที่  48/48  ซอย ลาดพร้าว 114 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
 
 ข้อ 3  เครื่องหมายของมูลนิธิฯ เป็นรูปวงกลม ครึ่งบนมีอักษรคำว่า มูลนิธิศรัทธาชน และครึ่งล่างมีอักษร คำว่า เพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้า  ภายในวงกลมมีรวงข้าวไขว้ และภายในรวงข้าวเป็นรูปสองมือป้อง ชูขึ้น ทั้งหมดเป็นสีขาว
  
 
หมวดที่ 2  วัตถุประสงค์
 
มูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้ามีวัตถุประสงค์  ดังนี้
  1. ส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาเด็กกำพร้าที่ยากจนและขาดโอกาสทางการศึกษา
  2. ช่วยเหลือ สนับสนุนด้านความเป็นอยู่ทั่วไปของเด็กกำพร้าและครอบครัวของเด็กกำพร้า
  3. ส่งเสริม และพัฒนาอาชีพให้กับครอบครัวของเด็กกำพร้า
  4. ส่งเสริม การปลูกฝังคุณธรรม เพื่อการพัฒนาจิตใจเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้มีคุณธรรม
  5. ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
  6. ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด
 
 
หมวด 3  การบริหาร
 
1. การบริหารกิจการของมูลนิธิฯ นี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ ภายใต้การสนับสนุนและการแนะนำของคณะที่ปรึกษาของมูลนิธิ
2. คณะกรรมการมีหน้าที่ดูแล และจัดการเกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน และการดำเนิน กิจการของมูลนิธิฯ
3. การทำนิติกรรมใดๆ สามารถทำโดยขอมติจากที่ประชุมคณะกรรมการ ให้ประธานมูลนิธิฯ และรองประธานมูลนิธิฯ ลงนามร่วมกัน พร้อมประทับตราสำคัญ
4. เมื่อตำแหน่งใดในคณะกรรมการว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระให้คณะกรรมการ เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรต่อการประชุมคณะกรรมการ  เพื่อมีมติแต่งตั้งผู้นั้นขึ้นดำรงตำแหน่งแทน ในกรณีนี้ผู้ดำรงตำแหน่งแทนจะอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น
5. เพื่อให้ดำเนินกิจการของมูลนิธิฯ ต่อเนื่องและมีทิศทางไปในแนวทางเดียวกันโดยตลอด  จึงเห็นสมควรให้มีคณะที่ปรึกษา ตั้งขึ้นจากผู้ทรงคุณวุฒิ และอดีตกรรมการมูลนิธิฯ คุณสมบัติของคณะที่ปรึกษามีดังนี้ คือ
5.1  เคยเป็นกรรมการมูลนิธิฯ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมของมูลนิธิฯ โดยตลอด
5.2  หรือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนา หรือทางวิชาการอันเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป
5.3  หรือเป็นผู้มีอุปการะคุณต่อมูลนิธิฯ มาโดยตลอด
6. ให้คณะกรรมการที่ปรึกษาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะที่ปรึกษาของมูลนิธิฯ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่คณะกรรมการสมาคมฯ  ตลอดวาระการบริหาร
7. ให้คณะกรรมการมูลนิธิฯ แต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาจำนวนเท่าใดก็ได้ตามที่เห็นสมควร
 
 
หมวดที่ 4  ที่มาของคณะกรรมการ
 
ข้อ 1   คณะกรรมการมูลนิธิฯ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
1.1 คณะกรรมการบริหารซึ่งประกอบด้วย ประธานมูลนิธิฯ 1 คน, รองประธาน 5 คน, เลขานุการ 1 คน, เหรัญญิก 1 คน, และกรรมการอีก 5 - 7 คน โดยเมื่อรวมทั้งหมดแล้ว จะต้องไม่เกิน 15 คน
1.2 คณะกรรมการสมทบ หรืออนุกรรมการอีกฝ่ายละไม่เกิน 5 คน
ข้อ 2  วาระของคณะกรรมการมีกำหนดวาระละ 4 ปี โดยจะจัดให้มีการประชุมภายในเดือนตุลาคมของปีที่ครบวาระ
ข้อ 3  ให้คณะกรรมการชุดเก่า จัดประชุมเพื่อสรุปและส่งมอบงานให้คณะกรรมการชุดใหม่ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง โดยมีกรรมการที่ปรึกษาเป็นสักขีพยาน     
 
 
หมวด 5  อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
 
ข้อ 1 ประธานมูลนิธิฯ
ดำรงตำแหน่งหัวหน้าการบริหารงาน มีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานของมูลนิธิฯ ดูแลรับผิดชอบกิจการของมูลนิธิฯ และรายงานกิจการของมูลนิธิแก่สาธารณชน
 
ข้อ  2 รองประธานมูลนิธิ 
  • รองประธานมูลนิธิฯ ฝ่ายธุรการมีหน้าที่ทำการแทนเมื่อประธานมูลนิธิฯ ไม่สามารถปฏิบัติกิจการได้ และช่วยเหลือประธานมูลนิธิฯ ในเรื่องเกี่ยวกับกิจการภายในสำนักงานของมูลนิธิฯ  รวมทั้งการเงิน และการทะเบียน
  • รองประธานมูลนิธิฯ ฝ่ายจัดหาทุน มีหน้าที่ทำการแทนเมื่อประธานมูลนิธิฯ ไม่สามารถปฏิบัติกิจการได้ และมีหน้าที่ช่วยเหลือประธานมูลนิธิฯ ในการจัดหารเงิน
  • รองประธานมูลนิธิฯ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ทำการแทนเมื่อประธานมูลนิธิฯ ไม่สามารถปฏิบัติกิจการได้ และมีหน้าที่ช่วยเหลือประธานมูลนิธิฯ ในการรณรงค์และการประชาสัมพันธ์
  • รองประธานมูลนิธิฯ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มีหน้าที่ทำการแทนเมื่อประธานมูลนิธิฯ ไม่สามารถปฏิบัติกิจการได้ และมีหน้าที่ช่วยเหลือประธานมูลนิธิฯ ในการดูแลสงเคราะห์เด็กกำพร้า
  • รองประธานมูลนิธิฯ ฝ่ายพัฒนาและวิชาการ มีหน้าที่ทำการแทนเมื่อประธานมูลนิธิฯ ไม่สามารถปฏิบัติกิจการได้ และมีหน้าที่ช่วยเหลือประธานมูลนิธิฯ ในการฝึกอบรม  การพัฒนา และกิจกรรมทางวิชาการ
 
ข้อ 3  เหรัญญิก
มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของมูลนิธิฯ จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายและบัญชีงบดุลของมูลนิธิฯ เก็บเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการใช้จ่ายต่างๆ ไว้เพื่อการตรวจสอบ  จ่ายเงินโดยอนุมัติจากคณะกรรมการ รายงานรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้จ่ายต่อที่ประชุมหรือเมื่อได้รับคำสั่งให้รายงานฐานะการเงินของมูลนิธิฯ
 
ข้อ 4  เลขานุการมูลนิธิฯ
มีหน้าที่ออกหนังสือนัดประชุมคณะกรรมการ ประชุมประจำเดือน หรือประชุมในโอกาสอื่นๆ จัดทำบันทึกรายงานการประชุม โต้ตอบหนังสือของมูลนิธิฯ และดูแลสำนักงานของมูลนิธิฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานธุรการทั้งหมด
 
 ข้อ 5  กรรมการบริหารมูลนิธิฯ
มีหน้าที่บริหารงานของมูลนิธิฯ ตามตำแหน่งรับผิดชอบ และขอบข่ายงานที่ได้รับมอบหมาย
 
 ข้อ 6  กรรมการสมทบ หรืออนุกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งโดยกรรมการบริหาร
มีหน้าที่รับผิดชอบกิจการต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย และอยู่ในวาระตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการบริหาร 
 
 
หมวด 6  การเงินและทรัพย์สิน
 
ข้อ 1   การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร เงินสดของมูลนิธิฯ ให้นำฝากไว้ในธนาคารแห่งใดแห่งหนึ่งตามแต่คณะกรรมการจะเห็นสมควร
 
ข้อ 2  การเบิกจ่ายเงินของมูลนิธิฯ จากบัญชีธนาคารจะต้องลงนามร่วมกัน 2 ใน 3 ระหว่างประธานมูลนิธิฯ เหรัญญิก และหรือรองประธานมูลนิธิฯ พร้อมประทับตราสำคัญ
 
ข้อ 3  ให้เหรัญญิกมีอำนาจจ่ายเงินของมูลนิธิฯ ได้ครั้งละไม่เกิน 1,000  บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นคงต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการ
 
ข้อ 4  เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของมูลนิธิฯ ได้ไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของมูลนิธิฯ โดยพลันในวันเปิดทำการของธนาคาร
 
ข้อ 5  เหรัญญิกต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่ายและบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือการจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานหรือหนังสือลงลายมือชื่อของเหรัญญิก พร้อมกับประทับตราของมูลนิธิฯ
 
ข้อ 6  ให้คณะกรรมการบริหาร แต่งตั้งผู้สอบบัญชีจากผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต ทำการตรวจบัญชีและทรัพย์สินของมูลนิธิฯ ตามที่คณะกรรมการซึ่งเพิ่งพ้นวาระนำเสนอ
 
 
หมวด 7  การประชุม
 
 ข้อ 1  การประชุมของคณะกรรมการบริหารข้อมูลนิธิฯ จะจัดให้มีขึ้นเดือนละ 1 ครั้ง
 ข้อ 2  การประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม วิธีการประชุม และการลงมติให้ยึดหลักการปรึกษาหารือ(มัชวาเราะฮฺ) ในศาสนาอิสลาม
 ข้อ 3  ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร ถ้าประธานมูลนิธิฯ ไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานมูลนิธิฯ คนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม หากรองประธานทั้งห้าท่านไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมตั้งกรรมการท่านใดท่านหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
 
 
หมวด 8  ผู้แทนเครือข่าย
 
ข้อ 1  ประธานมูลนิธิฯ เป็นผู้แต่งตั้งผู้แทน หรือหัวหน้าเครือข่ายชุมชน ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ เพื่อเป็นตัวแทนในการสงเคราะห์เด็กกำพร้าในชุมชนต่างๆ ตามความจำเป็น
 
 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 10 กันยายน 2013 เวลา 21:27 น.
 

มูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้า
48/48 ซ.ลาดพร้าว 114 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
T.0-2934-3495 F.T.0-2934-3496 | satthachon@hotmail.com l Facebook.com/Satthachon

Copyright © 2017. มูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้า.

S5 Box

Login Form

Satthachon Register

*
*
*
*
*

Fields marked with an asterisk (*) are required.